ASEAN:SPU : เด็กไทยใช้โอกาสเปิดโลก “แดนมังกร” สัมผัสวัฒนธรรม เรียนรู้ภาษาจีน ง่ายนิดเดียว...!!!

SPU Activity

โดย Admin Spublog

นับตั้งแต่ไทยและจีนได้มีการติดต่อค้าขายและมีความสัมพันธ์กันมาอย่างยาวนานจากอดีตถึงปัจจุบัน ได้มีความร่วมมือและแลกเปลี่ยนด้านการเมือง เศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรมกันอย่างต่อเนื่อง ดังนั้นการเรียนรู้ภาษาและวัฒนธรรมจึงมีความสำคัญอย่างยิ่งที่จะทำให้เราคนไทยมีการสื่อสารกับคนจีนได้อย่างถูกต้อง ทางมหาวิทยาลัยศรีปทุม จึงได้จัดทำโครงการ "ค่ายภาษาและวัฒนธรรมจีน ฤดูใบไม้ร่วง 2015 เมืองกวางโจว มณฑลกวางตุ้ง สาธารณรัฐประชาชนจีน" ซึ่งนับเป็นอีกหนึ่งกิจกรรมที่ส่งเสริมและสนับสนุนให้เด็กไทยได้ฝึกฝนและมีทักษะการใช้ภาษาจีน รวมไปถึง ได้เรียนรู้สัมผัสกับวัฒนธรรมจีนแบบเรียนกับตัวจริง ประสบการณ์จริง จากเจ้าของภาษาจีนโดยตรง

ซึ่งงานนี้มีหัวเรือใหญ่อย่าง อาจารย์จิณดา เตชะวณิช ผู้ช่วยอธิการบดีด้านการต่างประเทศ มหาวิทยาลัย    ศรีปทุม เป็นผู้ควบคุมและดูแลโครงการในครั้งนี้ กล่าวว่า... “ทางสำนักงานวิเทศสัมพันธ์ได้ร่วมมือกับศูนย์ภาษาและวัฒนธรรมจีน มหาวิทยาลัยศรีปทุม จัดโครงการ "ค่ายภาษาและวัฒนธรรมจีน ฤดูใบไม้ร่วง 2015 เมืองกวางโจว มณฑลกวางตุ้ง สาธารณรัฐประชาชนจีน"ขึ้น เพื่อให้นักศึกษาของเรารวมไปถึงเยาวชนคนรุ่นใหม่จะได้เรียนรู้ภาษาจีนและได้สัมผัสถึงวัฒนธรรมจีนมากขึ้น ซึ่งถือเป็นโอกาสดีที่น้องๆ นักศึกษาได้ไปเรียนรู้ เพราะประเทศจีนถือว่าเป็นประเทศมหาอำนาจของโลกที่มีการพัฒนาและเจริญรุ่งเรืองในทุกด้านโดยเฉพาะด้านเศรษฐกิจที่ถือว่าเติบโตเร็วที่สุดในโลก ฉะนั้นนักศึกษาที่ได้เข้าร่วมโครงการและเดินทางไปประเทศจีนกับเราในครั้งนี้เป็นเวลารวม 14 วันนั้น จะเป็นนักศึกษาที่เป็นตัวแทนในแต่ละคณะของ มหาวิทยาลัยศรีปทุม จำนวน 20 คน ที่ได้ร่วมกิจกรรมพร้อมได้เปิดโลกของการเรียนรู้ในภาษาและสัมผัสถึงวิถีชีวิต วัฒนธรรม ประวัติศาสตร์ของชาวจีนอย่างลึกซึ้งแล้ว เหนือสิ่งอื่นใดแล้วนักศึกษายังจะได้เรียนรู้การใช้ชีวิตกับเพื่อนต่างแดนต่างภาษา รู้จักการทำงานเป็นทีม รู้จักการวางตัว การมีไหวพริบ เกี่ยวกับการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจ ที่สามารถจะนำไปต่อยอดในอนาคตหากว่าอยากทำธุรกิจกับประเทศจีน จะได้มีพื้นฐานและรู้วิธีการปฏิบัติตัวอย่างไรในการติดต่อทางการค้าขายกับชาวจีนต่อไป ถือว่าโอกาสในครั้งนี้ของนักศึกษาของเราจะได้สัมผัสและเรียนรู้กับตัวจริง ประสบการณ์จริง กับชาวจีนจริงๆ อย่างคุ้มค่ามาก...

การที่ได้เรียนกับตัวจริง ประสบการณ์จริง อันคุ้มค่าเช่นนี้ เราลองไปสัมผัสเรื่องราวเหล่านี้กับน้องๆ กันดูว่า ประสบการณ์ที่เขาได้รับนั้นจะคุ้มค่าและมีประโยชน์กับน้องๆ อย่างไรกันบ้าง  

“น้องแบงค์” นายบวรนันท์ ขันเงิน นักศึกษาชั้นปี 2 สาขาวิชาการเงินและการธนาคาร คณะบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยศรีปทุม ...ผมประทับใจในวัฒนธรรมของจีนมากครับ เพราะผมจะได้ยินหลายคนต่างล่ำลือเกี่ยวกับวัฒนธรรมของประเทศจีนว่าเป็นวัฒนธรรมที่เก่าแก่และสวยงามมาก สิบปากว่าไม่เท่าตาเห็น มันสวยงามสมคำล่ำลือจริงๆ คนจีนเขามีภูมิปัญญาที่ชาติใดยากจะลอกเลียนแบบได้ ใครจะเชื่อว่าเขาสามารถสร้างวัดทั้งหลังได้โดยที่ไม่ต้องใช้ตะปูแม้แต่ตัวเดียว เขาสามารถแกะสลักไม้เพียงหนึ่งชิ้นที่สามารถบอกเรื่องราวต่างๆ ได้อย่างน่าอัศจรรย์ ฉะนั้นวัฒนธรรมของจีนจึงเป็นสิ่งที่ผมประทับใจมากที่สุดจากการเข้าร่วมกิจกรรมในครั้งนี้ และอีกสิ่งหนึ่งที่ผมประทับใจคือ มิตรภาพ เรื่องนี้ถือเป็นเรื่องที่ประทับใจและอยากแชร์ให้ทุกคนได้รู้ว่า เด็กจีนส่วนใหญ่จะเป็นเด็กที่ค่อนข้างขี้อาย แต่ก้าวแรกที่ผมเดินลงจากรถ สิ่งที่ผมได้เห็นคือ รอยยิ้ม การโบกมือทักทายยินดีต้อนรับผมและเพื่อนๆ ที่เข้าร่วมกิจกรรมในครั้งนี้ เวลาเดินผ่าน ทุกคนในโรงเรียนจะรู้ว่าพวกเราทุกคนมาจากประเทศไทย เด็กจีนเกือบจะทุกคนเข้ามาทักทายเป็นภาษาไทย สวัสดีครับ สวัสดีค่ะ ถึงเขาจะสื่อสารกับเราลำบากเพราะโดยส่วนใหญ่ เขาจะใช้ภาษาจีนเป็นหลัก แต่ก็เห็นได้ถึงความตั้งใจที่จะทำความรู้จักกับพวกเราทุกคน สองเรื่องนี้ถือเป็น The best ความประทับใจที่ได้ไปอยู่ที่เมืองจีน เป็นความประทับใจที่ยากจะลืมเลือน 

“น้องเบลล์” นางสาวกชพรรณ เผือกพิพัฒน์ นักศึกษาชั้นปี 2 สาขาศิลปะการแสดง คณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีปทุม ...การไปครั้งนี้ได้เรียนรู้เกี่ยวกับประวัติศาสตร์ วัฒนธรรมของเขาว่ามีความเป็นมาอย่างไร นอกจากนั้นเราก็ได้เรียนศิลปะป้องกันตัวของชาวจีนที่โด่งดังไปทั่วโลกนั่นคือ “กังฟู” หนูได้ลองสัมผัสแล้วมันวิเศษมาก การฝึกกังฟูนั้นเราจะต้องใช้ความแข็งแรง ฝึกความอดทน ฝึกสมาธิ เป็นอะไรที่หนูชอบมากเพราะทำให้เรามีร่างกายแข็งแรง และยังสามารถป้องกันตัวได้อีกด้วย นอกจากนี้หนูได้เรียนการพูดภาษาจีนได้เรียนรู้ประโยคที่เราต้องใช้บ่อยๆ ได้เรียนร้องเพลงภาษาจีน ต้องบอกว่าผู้ที่สอนสอนได้สนุกและไม่น่าเบื่อเลย ฝึกเขียนภาษาจีนโดยใช้พู่กันแบบจีน ได้เรียนรู้ถึงการจับพู่กันที่ถูกต้อง และวิธีการเขียนภาษาจีนที่ถูกต้องว่าเริ่มเส้นไหนก่อน กิจกรรมนี้ต้องใช้ความจำ สมาธิ และความประณีตมากค่ะ หลังจากนั้นเรายังได้ไปผจญภัยนอกสถานที่เก็บเกี่ยวความรู้ในสถานที่สำคัญๆ นับว่าเป็นประสบการณ์ที่น่าตื่นตาตื่นใจมากๆ ค่ะ

“น้องอ๊อด” นายวุฒินันท์   ศรีหานนท์  นักศึกษาชั้นปี 4 คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีปทุม ...ผมได้รับประสบการณ์ใหม่ในชีวิตที่มากมายจริงๆ ครับ เพราะผมเองไม่เคยเดินทางไปต่างประเทศเลย เคยแต่คิดว่าการใช้ชีวิตในต่างประเทศคงจะต้องเก่งภาษามากๆ  จึงจะใช้ชีวิตอยู่ได้และเราต้องมีพื้นฐานของภาษาที่ดีตั้งแต่อยู่ที่ประเทศไทย แต่พอได้ไปอยู่ที่ประเทศจีนโดยที่เราไม่เคยเรียนภาษาจีนมาก่อนนั้น  ด้วยสถานการณ์ที่บีบบังคับให้เราต้องสื่อสาร  พูดคุยกับคนจีน ไม่ว่าจะเป็นเพื่อนๆ คนจีนในห้องเรียน หรือการที่เราจะต้องชื้อสิ่งของต่างๆ  เราจึงต้องพยายามที่จะสื่อสารให้ได้ แต่การที่เราได้ไปค่ายในครั้งนี้ทำให้ผมมีพื้นฐานของภาษาจีนมากขึ้น อีกทั้งยังได้เข้าใจในประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม และวิถีชีวิตความเป็นอยู่ของคนในเมืองกวางโจวเป็นอย่างมาก อีกเรื่องที่สำคัญของคนจีนคือเรื่องของเวลา เพราะคนจีนจะให้ความสำคัญต่อเวลาเป็นอย่างมากครับ เมื่อถึงเวลาเข้าเรียนน้อยมากที่จะเห็นเด็กนักศึกษาของจีนเข้าเรียนสาย หรือแม้แต่เรื่องของการนัดหมาย คนจีนเขาจะตรงต่อเวลามากๆ  ซึ่งผมถือว่าเป็นข้อดีที่คนไทยเราควรที่จะยึดและปฎิบัติกันให้ได้เหมือนกับประเทศจีน  การมาจีนครั้งนี้ถือได้ว่าเป็นประสบการณ์ที่ดีเยี่ยมเลยทีเดียวครับ...

แหม...ถือว่าการเดินทางในครั้งนี้คุ้มค่าและจบลงได้อย่างสวยงาม ประสบการณ์ที่ทุกคนได้รับ ผมเชื่อว่าเป็นประสบการณ์ที่ไม่มีท่านใดสามารถที่จะขอแบ่งหรือขอให้กันและกันได้ จะสวยหรือจะคุ้มค่าหรือไม่นั้น หากแต่ผู้ที่ได้รับเมื่อนำไปต่อยอดให้เกิดเป็นผลแล้ว เมื่อนั้นละครับที่เขาเรียกว่าใช้ประสบการณ์ และโอกาสที่ได้รับเกิดประโยชน์อย่างแท้จริง...